ผู้เขียน หัวข้อ: แห่ขอเลขเด็ดงวดนี้ กลัวยตานีแห้งตายออกลูกกลางต้น  (อ่าน 235 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Society

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 13930
  • พลังถูกใจ 135
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด






วันนี้(27 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่าชาวบ้านที่ต.หนองขวาว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ แห่ไปดูต้นกล้วยตานี ที่เจ้าของตัดทิ้งแล้วเพราะยืนต้นแห้งตาย แต่กลับออกหวีกลางลำต้น เป็นที่ประหลาดใจแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคอหวยหรือนักเสี่ยงโชค จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่า ต้นกล้วยดังกล่าวอยู่ที่สวนภายในบ้านของนางประนอม มีศิริ อายุ56 ปี อยู่บ้านเลขที่59 หมู่ 5 ต.หนองขวาวอ.ศีขรภูมิจ.สุรินทร์ พบ นางสุดท้อง โต๊ะงาม อายุ 63 ปี มานั่งเฝ้า พร้อมนำแป้งมาทาบริเวณหวีกล้วย พร้อมมีชาวบ้านต่างรู้ข่าวทยอยเข้ามาดูอย่างต่อเนื่อง โดยหวีกล้วยดังกล่าวได้โผล่ออกกลางลำต้นกล้วยซึ่งถูกตัดลำต้นทิ้งสูงจากพื้นดินประมาณ50เซนติเมตร หวีกล้วยโผล่ออกมาจากลำต้นนับผลกล้วยได้ 14 ลูก
 
สอบถามนางประนอม เจ้าของบ้านบอกว่า ตนปลูกกล้วยไว้บริเวณรอบบ้านจำนวนหลายต้นที่ผ่านมาได้เกิดสภาพความแห้งแล้ง ต้นกล้วยที่ปลูกทยอยตายลง จึงตัดต้นกล้วยที่ตายทิ้ง โดยไม่คิดอะไร กระทั่งวันนี้เดินไปสำรวจบริเวณต้นกล้วยรอบบ้าน พบต้นกล้วยต้นหนึ่งที่ตายไป และถูกตัดต้นทิ้งไปแล้ว กลับมีผลกล้วยออกมา  1หวี โผล่ขึ้นกลางต้น จึงแปลกใจ แจ้งให้เพื่อนบ้านเข้ามาดูโดยคนข้างบ้านบอกว่าอย่าไปบอกใคร เพราะกล้วยที่ออกมาในเวลานี้อาจจะมาให้โชคลาภเราก็ได้หลังจากนั้นมาจึงได้นำแป้งมาทาและลูบไปตามหวีกล้วย โดยนับได้จำนวน 14 ลูก  แต่ข่าวก็แพร่สะพัดออกไป บรรดาชาวบ้านและคอหวยต่างมาดูและตีเป็นเลขเด็ดเสี่ยงโชคกัน พร้อมกับบอกว่านอกจากกล้วย 14 ลูกแล้ว คำว่ากล้วยนั้นภาษาเขมร  เขาเรียกกล้วยว่า"เจ้ก"เป็นเลข 7 ภาษาไทยกล้วยก็ตีเป็นเลข 9 รวมกันได้คือ 79 14, 974,174 ตามความเชื่อชาวบ้านที่มีกันไปต่างๆนานา

นางประนอม ยังกล่าวอีกว่าเมื่อคืนนี้ตนยังฝันว่ามีคนนำธูปเทียนมาจุดเพื่อขอหวยจำนวนมากและปรากฏว่ากล้วยกลับมีสีเหลืองสุกงอมไปทั่วตนจึงตื่นขึ้นมาและเล่าเรื่องดังกล่าวให้เพื่อนบ้างได้ฟังกันจึงคิดว่ากล้วยที่มาโผล่ในวันนี้อาจจะมาให้โชคลาภเราก็ได้

สำหรับบรรยากาศบรรดาพ่อค้าแม่ขายลอตเตอรี่ในพื้นที่เขตอำเภอศีขรภูมิได้มีบรรดาเซียนคอหวยได้มาสอบถามถึงเลขดังกล่าวกันเป็นจำนวนมากซึ่งทำให้พ่อค้าแม่ขายจำหน่ายต่างพากันโก่งราคาขึ้นเป็นฉบับละ120-150บาทเลยทีเดียว
 
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก dailynews